5 นาทีเปลี่ยนอารมณ์บูดให้เป็นอารมณ์ดี

บาทแข็งดับฝันส่งออกวูบ สถาบันอาหารชี้ยอดหาย 1 ล้าน ล.

April 20th, 2013

Pic_339824

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันอาหาร อยู่ระหว่าง การติดตามแนวโน้มการส่งออกอาหารตลอดทั้งปีนี้ ว่าจะมีมูลค่าตามเป้าหมายที่วางไว้  คือ  1,030,000 ล้านบาท หรือมีการเติบโต  6%  เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาหรือไม่ โดยสถาบันฯ จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ในการประชุมคณะกรรมการสถาบันอาหาร (บอร์ด) ในเร็วๆ นี้ เพราะปัจจุบัน มีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่จะทำให้ส่งออกอาหารในภาพรวมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาทิ ปัญหาเงินบาทแข็งค่า ภัยแล้ง วิกฤติค่าเงินในยูโรโซน และโดยเฉพาะค่าเงินบาท หากรัฐบาลยังปล่อยให้แข็งค่าทุกๆ 1 บาท ต่อเหรียญสหรัฐฯ สถาบันได้ประเมินว่า มูลค่าส่งออกอาหารของไทย จะสูญหายไปราว 20,000 ล้านบาททันที ดังนั้น  สถาบันจึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว เพื่อเพิ่มมูลค่าส่งออก อาทิ ปกติส่งออกกุ้งแช่แข็งก็ควรปรับเป็นกุ้งชุบแป้งทอด

ทั้งนี้มูลค่าส่งออกปีนี้ ที่ตั้งเป้าไว้ที่  1,030,000 ล้านบาท สถาบันได้คำนวณจากเงินบาทที่  29  บาทต่อเหรียญฯ แต่ขณะนี้เงินบาทแข็งค่าไปอยู่ที่ 28 บาทเศษแล้ว และมีแนวโน้มที่แข็งค่าไปถึง  27  บาท ดังนั้นมูลค่าส่งออกของปีนี้อาจไม่ถึง  1,000,000  ล้านบาท  แต่อาจใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาซึ่งมูลค่าอยู่ที่ 970,000 ล้านบาท

นายบุญทรง  เตริยาภิรมย์  รมว.พาณิชย์  เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งปรับแผนทำงานใหม่ เพื่อกระตุ้นส่งออกในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาเป้าหมายมูลค่าส่งออกให้เติบโตได้ที่  8-9%  หรือมูลค่า  250,000- 260,000  ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ทั้งนี้ในวันที่  26  เม.ย.56 พาณิชย์จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ถึงผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่าที่มีต่อภาคการส่งออก

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ลงนามความร่วมมือ โครงการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมร่วมกับ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ขยายช่องทางการตลาดในต่างประเทศ โดยของบสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศวงเงิน 300 ล้านบาท ดำเนินการ ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้

ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา หอการค้าได้ประชุมนัดพิเศษร่วมกับสมาชิก ถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทที่มีต่อการส่งออก โดยพบว่ามีหลายสมาคมได้รับผลกระทบมากโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ และได้รับผลกระทบทั้งสายการผลิต และปัจจุบันเงินบาทแข็งค่ามากที่สุด.

‘วอลสตรีท’ปิดบวกเล็กน้อย รับอานิสงส์หุ้นไอที

April 20th, 2013

Pic_339856

ตลาดหุ้นสหรัฐฯวันที่ 19 เม.ย. ปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลจากหุ้นบริษัทเทคโนโลยี อย่าง กูเกิลและเอ็มไอบีที่มีการขยับตัวมากที่สุด

บินไทยแยก “ไทยสมายล์” เดี่ยวเต็มลำ

April 20th, 2013

Pic_339823

ถือหุ้น 100% โอ๋ลูกรักเต็มที่ ส่วน “นกแอร์” ลูกชังตกกระป๋องไปแล้ว

นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาการจัดตั้งสายการบิน “ไทยสมายล์แอร์เวย์” เป็นบริษัทย่อยของการบินไทยแล้ว คาดว่ากระทรวงคมนาคมจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 1 เดือน หาก ครม.อนุมัติก็จะดำเนินการจดทะเบียนบริษัทใหม่ได้ทันที เบื้องต้นกำหนดทุนจดทะเบียนไว้ประมาณ 1,400 ล้านบาท

ทั้งนี้  การบินไทยสมายล์จะยังมีการบินไทยถือหุ้น 100% โดยแยกการบริหารจัดการทุกอย่างออกไปจากบินไทยอย่างชัดเจนเพื่อลดต้นทุนบริการให้ต่ำลง จะใช้เครื่องบินขนาดเล็กกว่าการบินไทย ไม่มีบริการเต็มรูปแบบเหมือนการบินไทย โดยเบื้องต้นจะโอนเครื่องบินที่เช่าจากการบินไทยรวม 9 ลำ ไปให้บริการในบริษัทย่อยด้วย ส่วนจะจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมหรือไม่คงต้องพิจารณาในลำดับต่อไป

นายสรจักรกล่าวว่า บริการของไทยสมายล์จะเน้นระยะทางสั้นเป็นหลัก เพื่อให้มีกำไรโดยจะดำเนินการในลักษณะคล้ายกับสายการบินซิลค์ แอร์ ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ และสายการบินดรากอน แอร์ ของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ที่ให้สายการบินของบริษัทย่อยบินในระยะสั้น เพื่อช่วยเชื่อมโยงการให้บริการของการบินหลัก แต่ในส่วนของไทยสมายล์จะได้เปรียบสายการบินซีล แอร์ เพราะสามารถบินเข้าจีนและอินเดียได้ไกลกว่า “ไทยสมายล์จะเน้นให้บริการเมืองหลักและรองในอาเซียนรวมถึงเมืองหลัก และรองในอินเดียจีนด้วย โดยจะช่วยประหยัดต้นทุนการให้บริการ เพราะบินในระยะสั้นแต่จะช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายการบินของการบินไทยให้ดีขึ้น”

ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องนั้น นายสรจักรกล่าวว่า การบินไทยเตรียมเพิ่มรายได้จากเงินบาทมากขึ้น โดยจะเน้นเพิ่มจำนวนผู้โดยสารที่ออกจากกรุงเทพฯให้มากกว่าเดิม จากปัจจุบันการบินไทยพึ่งพาเงินตราต่างประเทศประมาณ 60% และอีก 40% เป็นเงินบาท.

“ราชบุรีโฮลดิ้ง”เต็งจ๋าตีตั๋วไฟฟ้าไอพีพี

April 20th, 2013

Pic_339822

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพลังงานถึงการประมูลโรงไฟฟ้าไอพีพีจำนวน 5,400 เมกะวัตต์ที่กระทรวงพลังงานกำหนดยื่นซองประมูลในวันที่ 29 เม.ย.นี้ คาดว่าจะมีเอกชนสนใจเข้ายื่นซองประมูลจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทเอกชนที่เป็นตัวเต็งที่คาดว่าจะชนะการประมูลครั้งนี้ ในลำดับแรกๆ น่าจะเป็นบริษัทราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เนื่องจากได้เปรียบคู่แข่ง หลังจากบริษัท ได้ปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริษัทฯใหม่ไปเมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยลดสัดส่วนกรรมการที่มาจากภาครัฐลงเพื่อให้ตรงตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลที่ห้ามรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมประมูล

ทั้งนี้การประมูลไอพีพีครั้งก่อน ราชบุรี โฮลดิ้งฯ ไม่ผ่านด้านคุณสมบัติ เนื่องจากถูกตีความว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ เพราะมี กฟผ.และหน่วยงานราชการอื่นถือหุ้นรวมกันเกิน 50% อย่างไรก็ตาม หลังการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่และลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นภาครัฐลง โดย กฟผ.ถือหุ้น 45%, สำนักงานประกันสังคม 4.69% ที่เหลือเป็นกองทุนภาคเอกชนทำให้บริษัทน่าจะผ่านเกณฑ์การประมูลได้แล้ว “ราชบุรีฯน่าจะยังคงได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นมาก โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลต่างๆ เนื่องจากบอร์ดของราชบุรีก็มาจาก กฟผ., กระทรวงพลังงาน และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์ในการแข่งขันย่อมมีมากกว่าคู่แข่ง ที่สำคัญบอร์ดที่มาจาก กฟผ. ซึ่งเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากผู้ชนะการประมูลไอพีพี มีทั้งที่เป็นผู้ว่าฯ กฟผ.คนปัจจุบัน และแคนดิเดตผู้ว่าฯ กฟผ.คนใหม่ที่คาดว่าจะขึ้นมาแทนในปลายปีนี้ล้วนนั่งอยู่ในบอร์ดด้วย.